ไทดำท่าช้าง

ไทดำ บ้านท่าช้าง วัฒนธรรมไทดำล้ำค่า เอกลักษณ์ภาษาถิ่นดินแดนข้าวปลา เสื้อผ้างดงาม ลือนามคลองลาน ถิ่นฐานท่าช้าง

ศูนย์วัฒนธรรมไทดำ บ้านท่าช้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านท่าช้าง ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เป็นชุมชนของกลุ่ม “ไทดำ บ้านท่าช้าง” ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไททรงดำ” (ลาวโซ่ง) ที่มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ 

ถิ่นฐานเดิมของ ชาวไทดำ อยู่ในแคว้นสิบสองจุไทหรือเมืองแถนหรือเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม ในปัจจุบัน เข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอาศัยอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรีต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานไปยังจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ชาวไทดำกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น บ้านวังน้ำ บ้านหนองกระทิงและบ้านแม่ลาด ในเขตอำเภออำเภอคลองขลุง บ้านคลองแม่ลายและบ้านท่าช้าง ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน 

ธรรมชาติของผู้ไทดำ ชอบภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา เสมือนถิ่นเดิมของตน จึงได้อพยพย้ายถิ่นฐานบ้านเรือนไปเรื่อย ๆ หลายกลุ่ม หลายพื้นที่ จนมาถึงบ้านท่าช้าง ที่เดิมเป็นที่อาศัยของช้างป่าโขลงใหญ่ มักมาเล่นน้ำและข้ามไปข้ามมาบริเวณท่าช้างทุกวัน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าท่าช้าง ชาวไทดำ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านท่าช้าง ถือเป็นชาวไทดำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร ประกอบเกษตรกรรมเป็นหลัก พืชที่นิยมปลูกไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือนและเพื่อขาย ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม ไทดำ บ้านท่าช้าง มีจำนวน 500 กว่าหลังคาเรือน

ในเชิงการท่องเที่ยว ศูนย์วัฒนธรรมไทดำ บ้านท่าช้าง เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์และระบบความเชื่อของชาวไทดำผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ที่ออกแบบให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมโดยตรง ทั้งการทดลองแต่งกายด้วยชุดไทดำ การร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปทำลูกมะกอน และการทำอาหารพื้นบ้านของชาวไทดำ บ้านท่าช้าง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “พาแลง” หรือรับประทานอาหารมื้อค่ำแบบพื้นถิ่น พร้อมกับการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมและการฟ้อนรำที่สะท้อนความอ่อนช้อนของชาวไทดำ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียง แต่ให้ความรู้เรื่องสูตรอาหาร แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับเกษตรกรรมและความเลื่อมใสในประเพณีและวัฒนธรรมไทดำ

ศูนย์วัฒนธรรมไทดำ บ้านท่าช้าง จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และสถานที่พักผ่อนที่เปิดกว้างให้คนภายนอกได้เข้ามาสัมผัสมิตรไมตรีและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาวคลองน้ำไหล

ประวัติ

พ.ศ.2500 บ้านท่าช้าง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าอุดมสมบรูณ์ มีชื่อเดิมว่า ปางยาง ชาวบ้านได้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้นมีหลวงตาชื่อ ปั่น อยู่จำวัดอยู่ 3 ปี ก็ได้จากบ้านท่าช้างไป 

พ.ศ. 2504 เมื่อมาคนเข้าอยู่มากกำนันสุคำ ปิ่งขอด ได้ตั้งให้พ่อพา ประสิทธิเขตกิจ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดูแลลูกบ้านท่าช้างและบ้านทุ่งหญ้าคา และตั้งชื่อหมู่บ้านเป็นบ้านท่าช้าง ด้านการศึกษาชาวบ้านท่าช้างก็ได้จัดที่เรียนให้เด็ก ๆ ที่ศาลาวัด และขอครูมาจากโรงเรียนคลองน้ำไหล 1 ท่าน ชื่อ ครูบัว มาสอนเด็กนักเรียนเป็นเวลา 1 ปี ต่อมาครูเก้า มาสอนแทนครูบัวเป็นเวลา 3 ปี ครูสนาม 6-7 ปี ครูสำเนียงอยู่นานหลายปี

พ.ศ. 2521 ได้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ นายเสาร์ เรืองทองสุข ลำดับที่ 2 นายสังเวียน อยู่อ้าง ลำดับที่ 3 นายเทียน ประสิทธิเขตกิจ ลำดับที่ 4 นายไพร เสนาพิทักษ์ และคนปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) คือ นายนเรศ สงวนศิลป์ 

พ.ศ. 2541 บ้านท่าช้างได้เริ่มต้นวัฒนธรรมไทดำ โดยอาจารย์นิคม ฟูแก้ว ที่สอนอยู่โรงเรียนท่าช้างสมัยนั้น
ได้มีความคิดร่วมกับคณะกรรมการไทดำ จะสืบทอดวิถีชีวิตและประเพณีไทดำ โดยเด็กนักเรียนบ้านท่าช้าง เป็นคนเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของบรรพบุรุษออกสู่สังคมภายนอก ให้กับผู้ที่สนใจในวิถีชีวิตประเพณีของชาวไทดำ 

พ.ศ. 2543 นายปี ทองเย็น ประธานไทดำ ได้ของบประมาณจากประธานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล ในสมัยท่านสุนทร ประสิทธิเขตกิจ ซึ่งท่านก็เป็นคนท่าช้างก็ได้ร่วมกันจัดงานไทดำ ในวันที่ ๑๔ เมษายน ของทุกปีจนถึงปัจจุบัน หากบางปีงบประมาณน้อยผู้คนในหมู่บ้านก็ได้ออกเรี่ยไรแล้วก็จัดงานอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่กระทำในวันสงกรานต์ไทดำบ้านท่าช้างมีมากมาย แต่กิจกรรมหลักที่ขาดมิได้คือ พิธีแปลงขวัญ (พิธีเรียกขวัญ) เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต จะเริ่มพิธีตั้งแต่ตอนสายๆ เรื่อยไปจนถึงบ่าย หลังจากนั้นก็เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุและช่วงเย็นเป็นการพบปะสังสรรค์กัน มีการละเล่นสนุกสนานของชาวไทดำ คือ การอินคอน ฟ้อนแคน (การรำแคน) เรื่อยไปจนถึงเลิกงาน

พ.ศ. 2555 ได้จับมือกับชมรมไทดำภาคเหนือ 5 จังหวัด ร่วมกันรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีนี้ไว้ตลอดไป 

นอกจากนี้ ชุมชนบ้านท่าช้างยังมีการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านกิจกรรม “พาแลง” หรือมื้ออาหารค่ำแบบพื้นถิ่น ซึ่งเป็นการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยอาหารพื้นเมืองแท้ๆ พร้อมกับการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมและการฟ้อนรำที่สะท้อนความอ่อนช้อยของชาวไทดำ กิจกรรมเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมโดยตรง ทั้งการทดลองแต่งกายด้วยชุดไทดำและการร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปทำอาหารของชาวไทดำ เพื่อสร้างความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง

(หมายเหตุ: อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละคณะ)